Open Source License คืออะไร?

Open Source License คืออะไร?

Open Source License สำหรับคนทำงานสายด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นย่อมจะเคยผ่านหูผ่านตาบ้าง แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จัก ว่ามันคืออะไร? มีไว้ทำอะไร? และมีอะไรบ้าง? 

Open Source License มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้พัฒนาโปรแกรมจะเลือกให้โปรแกรมของตัวเองเป็นแบบไหน โดยแบบที่เห็นๆกันบ่อยๆก็จะมี GNU, GPL, LGPL, Apache, BSD, CC เป็นต้น โดยเรามาเริ่มทำความรู้จักกับ Open Source License ตัวแรกเลย คือ

1. GNU General Public License (GPL)

เป็นลิขสิทธิ์พื้นฐานที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับ open-source projects ซึ่งเราสามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้
  • Copy software ไปไว้ที่ไหนก็ได้และไม่มีการจำกัดจำนวน
  • แจกจ่ายให้กับใครก็ได้
  • สามารถเก็บค่าใช้จ่ายได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องให้ source code ทั้งหมดแก่ผู้ซื้อเพื่อนำไปพัฒนาต่อด้วย
  • แก้ไข ดัดแปลงได้ทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งของ project ตัวเอง แต่ project นั้นจะต้องมีลิขสิทธิ์เป็น GPL ต่อด้วย
2. GNU Lesser General Public License (LGPL)

LGPL จะต่างกับ GPL ตรงที่ ถ้าเรานำ code หรือ libraries บางส่วนไปใช้กับงานที่ไม่ใช่ open-source project เราไม่จำเป็นต้องเปิดเผย source code หรือใช้ลิขสิทธิ์เดียวกับ GPL ก็ได้

3. MIT License

เป็นลิขสิทธิ์ที่มีความเรียบง่ายและสั้นที่สุดหากเทียบกับอันอื่น ๆ เพราะ MIT กล่าวอย่างชัดแจ้งว่าสิทธิ์การใช้งานนั้นเป็นของ end-user รวมทั้งสามารถนำไปใช้ คัดลอก แก้ไข แจกจ่าย หรือนำไปขายก็ยังได้ และไม่มีการจำกัดในเรื่องของงาน แต่จะต้องมีการใส่ข้อสัญญาของ MIT ลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน

4. BSD License

มีข้อจำกัดน้อยกว่าในเรื่องการแจกจ่ายต่อถ้าเทียบกับประเภทอื่นอย่าง GPL ซึ่งจะถูกแบ่งเป็น
  • New BSD License หรือ Modified BSD License (BSD 3-Clause)
  • Simplified BSD License หรือ Free BSD License (BSD 2-Clause)

4.1 New BSD License หรือ Modified BSD License (BSD 3-Clause)

จะอนุญาตให้แจกจ่ายต่อได้ไม่ว่าวัตถุประสงค์ใดก็ตาม แต่ห้ามใส่ชื่อองค์กรที่ผลิต หรือชื่อผู้ร่วมพัฒนาเข้าไปในงาน เพื่อใช้ในการโฆษณาส่งเสริมสินค้า เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และต้องมีการระบุข้อสัญญาลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน โดยทั่วไปมีรูปแบบดังนี้ี้

4.2 Simplified BSD License หรือ Free BSD License (BSD 2-Clause)

เหมือนกับ New BSD License ทุกประการแต่แตกต่างเพียงแค่ Simplified BSD License สามารถใช้ชื่อองค์กรที่ผลิตหรือชื่อผู้ร่วมพัฒนามาโฆษณาส่งเสริมสินค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หรือพูดง่าย ๆ ว่าจะคล้ายกับ MIT เลย และต้องมีการระบุข้อสัญญาลงไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน โดยทั่วไปมีรูปแบบดังนี้ี้

5. Apache License

ถือเป็นลิขสิทธิ์ตัวหนึ่งที่ครอบคลุมทั้งเรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร ในขณะที่บางตัวจะครอบคลุมเพียงแค่ลิขสิทธิ์เท่านั้น สำหรับการใช้งาน Apache License เราจะมีสิทธิ์ใช้ถาวร เมื่อไรก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีการผูกขาด ซึ่งใครสามารถใช้ก็ได้ และสิทธิ์ที่ใช้นั้นก็ครอบคลุมไปทุกพื้นที่ทั่วโลก เช่น หากลิขสิทธิ์ได้ทำขึ้นที่เมืองไทย แต่เราต้องการนำไปใช้ที่ประเทศอังกฤษก็สามารถทำได้ ส่วนการแจกจ่าย code ต่อนั้นต้องให้เครดิตคนพัฒนา และต้องรักษาลิขสิทธิ์เดียวกันด้วย

ลิขสิทธิ์ของ software ไม่ได้มีแต่เพียงเท่านี้ ซึ่งยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเป็นจำนวนมาก ทางที่ดีเราควรอ่านรายละเอียดให้รอบคอบก่อนที่จะนำงานนั้นไปใช้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

เมื่อได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความหมายของลิขสิทธิ์แล้ว เราควรเคารพและให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์อย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นการให้ เกียรติและเพิ่มคุณค่าของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

แชร์บทความ

Facebook Twitter Google Digg Reddit LinkedIn StumbleUpon Email
กำลังโหลด ...